Indicator Momentum คืออะไร

Indicator Momentum ได้ยินหลายครั้งแม้กระนั้นใช้อย่างไร

Indicator Momentum ได้ยินบ่อยครั้งแต่ว่าใช้อย่างไร ศัพท์ใหม่ยังไม่ทันหายศัพท์ใหม่ก็เข้ามาเพิ่ม ตายละหว่า ได้ยินหลายครั้ง Momemtum แม้กระนั้นมันใช้อย่างไร เอ่อ…. โน่นสิ ลองถูกลองผิดไปแล้วกัน

ใช้ทีแรกก็มั่วเลยมองเป็นไป ตั้งมานั่งกุมกะมับอีกแล้วสิเนี่ยจนถึงมานั่งสังเกตุจนกระทั่งบางอ๋อด้วยประสบการณ์อันน้อยนิดแล้วสิเนี่ย ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยคงจะเคยทราบคำนี้หรือหลายๆคนก็เชี่นวชาญเรื่อง Indicator Momentum เจริญ ถ้าอย่างนั้นวันนี้จะเขียนด้วยประสบการณ์อันน้อยนิดของผมละกันขอรับ

Indicator Momentum เป็น Indicator ที่จะว่านิยมใช้ก็ได้หรือเปล่านิยมอันนี้สุดแล้วแต่มุมมองครับผม แม้กระนั้นที่แน่นอนเป็น Indicator Momentum ใช้เป็นสิ่งที่ใช้ในการปรเมินหน้าความเคลื่อนไหวราคาของแต่ละระยะเวลานั้นๆ
ซึ่งมีแนวทางที่เริ่มเข้าใจได้ดังต่อไปนี้ขอรับ

1. แบบตาม เทรน (Trend Following) เป็นสิ่งที่ใช้ในการตามเทรนของแผนภูมิ หรือถ้าเกิดใครกันแน่เคยหรือใช้จนเคยชินกับ MACD นั่นแหละนะครับ สัญญาณค้าขายจะเกิดขึ้นเมื่อ Indicator Momentum ทำสูงสุดแล้วก็เริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเองลงจะมีการนำค่าถัวเฉลี่ยจะเคลื่นอที่แบบสั้น

เพื่อมาใช้การหาจุดเปลี่ยนแปลงตัวเองที่เด่นชัดเพิ่มขึ้น จะใช้งานเจริญถ้าเกิด Indicator Momentum ทำจุดสุดยอดรวมทั้งเปลี่ยนแปลงตัวเองลงจุเรากระทำการค้าขายจะแสดงตามสัญญษณของ Indicator นี่เป็น ใช้ในรูปแบบของการ
ตามเทรน

2. แบบแนะนำ ขั้นตอนการนี้จะอยู่บนฐานรากที่มั่นใจว่าตอนสุดทายของขาขึ้นชอบแพงที่กระเป๋านสัญญาณขาขึ้นเหมือนกันและก็เมื่อถึงจุดหนึ่งจะมีการน้อยลงของแผนภูมิอย่างแบบรวมเร็ว

หรือเรียกว่าแปลงเทรนนั่นเองล่ะครับผม รวมทั้งสิ่งหนึ่งเมื่อใกล้จบของแท่งเทียนจะกำเนิดจุดที่เรียกว่าการเบรค Indicator Momentum จะเริ่มลงลงขณะที่ราคายังคงมากขึ้นรวมทั้งเคลื่นที่ในแนวยาว ซึ่งโน่นเป็นตอนที่แผนภูมิไม่ว่งหรือมีการเขยื้อนได้ช้า นั่นเองขอรับ

สรุปกล้วยๆครับผม Indicator Momentum จะถุกแบ่งเป็นสามตอน

ตอนแรกนั้น Momentum จะยังไม่กำเนิดอะไรขึ้นที่ชัดแจ้ง แผนภูมิจะไม่มีแนวทางที่มีลัษณะทิศทางว่าจะไปทางไหน ชาวงในช่วงเวลานั้นบอกได้คำเดียวอย่าเสี่ยงเด็ดขาดครับผม
ตอนลำดับที่สอง กำเนิด Momentum สั่งเกตุกล้วยๆนะครับ จะกำเนิด Volume มากมายเป็นพิเศษ สัญญษณเริ่มไปสู่คำว่า “การเบรค New High” เป็นสัญญาณที่บอกว่าเริ่มมาแล้ว ตระเตรียมได้เลย
ตอนลำดับที่สาม ตอนเปลี่ยนแปลง Momentum เป็นตอนๆที่มรการเปลี่ยนแปลงตอนรวมทั้งโมเมนตัมผลักไปทางตรงผ่าน จุดดูเป็น เมื่อมีการทำ Lower low สัญญาณตัดเส้นค่าถัวเฉลี่ยระยะกึ่งกลางลงมาหลุดเทรนไลน์ เมื่อเกิดเหตุแบบนี้หยุดดูซิว่าแนวทางนั้นจะลงถัดไปหรือกลับขึ้นมาอีก

การใช้แรงงาน MACD ที่ถูกทาง

การใช้แรงงาน MACD ที่ถูกทาง

วิธีการที่ผมจะชี้แนะในเนื้อหานี้ เป็นหลักการสำหรับในการใช้งาน Indicators ทุกหมวดหมู่ ครับ มิได้จำกัดเฉพาะ MACD แค่นั้น แนวทางที่ว่าเป็นเป็นจำเป็นต้องให้ความใส่ใจกับการวิเคราะห์แผนภูมิราคาหุ้นเยอะที่สุด

และก็ใช้การพินิจพิจารณา Indicators เป็นเพียงแค่ข้อมูลเสริมเพื่อประกอบกิจการตกลงใจเพียงแค่นั้น ด้วยเหตุนี้ห้ามให้ความเอาใจใส่กับ Indicators มากยิ่งกว่าแผนภูมิราคาหุ้นเด็ดขาด แล้วก็จำเป็นต้องไม่ตกลงใจลงมือซื้อขายแลกเปลี่ยนหุ้นจากข้อมูล Indicators แต่อย่างเดียว

ใช้ MACD เป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้า

เมื่อ MACD กำเนิดสัญญาณที่น่าดึงดูดออกมา ไม่ว่าจะเป็น MACD ตัด Center Line หรือ MACD ตัด Signal Line หรือ Divergence ก็ตาม พวกเราจะใช้สัญญาณกลุ่มนี้เป็นสัญญาณบอกว่าหุ้นตัวนี้เริ่มมีความน่าดึงดูดใจ หรือเป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าว่าราคาหุ้นในอนาคตอาจมีความเคลื่อนไหวแนวทาง

เพื่อที่จะได้ให้พวกเราติดตามแผนภูมิราคาอย่างใกล้ชิดเพื่อหาจังหวะที่ลงมือซื้อหรือขายที่ดีถัดไป หรือเป็นสัญาณ แต่ว่าการหาจังหวะลงมือค้าขายหุ้นที่ดีนั้น จำเป็นต้องกลับไปพินิจพิจารณาจากแผนภูมิราคาหุ้นเสมอเนื่องจากว่าแผนภูมิราคาหุ้นเป็นข้อมูลที่ใช้แสดงกริยาของผู้ที่เข้ามาค้าขายในตลาดเจริญที่สุด

ให้ MACD เพิ่มความเชื่อมั่นสำหรับในการลงมือ

พวกเราอาจจะใช้ MACD เพื่อช่วยส่งเสริมการตัดสินใจลงมือค้าขายหุ้น โดยเริ่มจากพินิจพิจารณาแผนภูมิราคาหุ้นเพื่อได้โอกาสที่จะลงมือค้าขาย และก็ก่อนที่จะลงมือก็ค่อยมาพินิจพิจารณามองลักษณะที่เกิดขึ้นของ MACD ว่าช่วยเหลือการลงมือจำหน่ายหรือเปล่า ถ้าเกิดลักษณะที่เกิดขึ้นของ MACD ไม่สนับสนุนแนวทางที่พวกเรากำลังจะลงมือ

พวกเราก็จะไม่ลงมือจำหน่าย อย่างเช่น สำหรับเพื่อการซื้อขายแลกเปลี่ยนหุ้นระยะกึ่งกลางเมื่อพวกเราพินิจพิจารณาแผนภูมิราคาหุ้นแล้วกำลังต้องการจะลงมือซื้อหุ้น

แม้กระนั้นเส้น MACD ยังอยู่ใต้ Center Line ซึ่งให้ข้อมูลว่าแนวทางแนวโน้มของราคาหุ้นยังอยู่ในขาลง พวกเราก็จะไม่ลงมือจำหน่าย หรือถ้าหากกำลังต้องการซื้อหุ้นแล้วถือระยะสั้นๆแต่ว่า MACD อยู่ใต้เส้น Signal ซึ่งบอกถึงแรงส่งของราคาไม่สนับสนุนการซื้อหุ้น พวกเราก็จะไม่ลงมือซื้อหุ้น ฯลฯ

จากแนวทางสำหรับในการใช้งาน MACD ทั้งยัง 2 แนวทางจะมองเห็นได้ว่าการตกลงใจลงมือจำหน่ายหุ้นในแต่ละครั้งหากพวกเรามีความสนใจที่สัญญาณจากแผนภูมิราคาหุ้นมากยิ่งกว่าแผนภูมิ MACD

จะช่วยลดความบกพร่องของสัญญาณที่เกิดขึ้นมาจาก MACD ได้ หรือหากกำลังพึงพอใจลงมือซื้อขายแลกเปลี่ยนหุ้น ก็ทดลองใช้ MACD เป็นอุปกรณ์สำหรับคัดเลือกกรองจังหวะจำหน่ายที่ไม่ดีออกไป ก็จะสามารถช่วยทำให้พวกเราสบโอกาสสำหรับเพื่อการจำหน่ายหุ้นได้มีผลกำไรมากยิ่งกว่าจังหวะสำหรับการขาดทุนนะครับ

สรุป
MACD ซึ่งเป็น Indicator ที่บอกอีกทั้งแนวโน้มของแผนภูมิราคาหุ้น และก็ Momentum โดยมีวิธีการคำนวณค่า MACD จากส่วนต่างของ EMA(12) แล้วก็ EMA(26) รวมทั้งแสดงค่าจะแสดงเป็นแผนภูมิเส้นบนพื้นที่ใหม่ที่ไม่ใช่พื้นที่เดียวกันกับแผนภูมิราคาหุ้น

ค่าของ MACD จะให้เนื้อหาสาระเกี่ยวกับแนวทางของแนวโน้มแผนภูมิราคาหุ้น โดยที่ MACD ในตอนที่มีค่าเป็นบวก (+) จะแปลความได้ว่าแผนภูมิราคาคงจะกำลังอยู่ในมีทิศทางของแนวโน้มเป็นขาขึ้น ส่วนในตอนที่ MACD มีค่าเป็นลบ (-) จะแปลความได้ว่าแผนภูมิราคาหุ้นคงจะกำลังอยู่ในแนวทางของแนวโน้มเป็นขาลง

แนวทางของเส้น MACD ที่เป็นแนวทางขาขึ้น จะให้ข้อมูลในเชิงบวกกับราคาหุ้น ในกรณีที่ MACD มีค่าเป็นบวกและก็เส้น MACD มีทิศทางขาขึ้นจะแปลได้ว่า Momentum ในแนวทางขาขึ้นมากเพิ่มขึ้น ในกรณีที่ MACD มีค่าเป็นลบ แล้วก็เส้น MACD มีทิศทางเป็นขาขึ้นจะแปลได้ว่า Momentum ในแนวทางขาลงเริ่มเหน็ดเหนื่อย

แนวทางของเส้น MACD ที่เป็นแนวทางขาลง จะให้ข้อมูลในแง่ลบกับราคาหุ้น- ในกรณีที่ MACD มีค่าเป็นบวกแต่ว่าเส้น MACD มีทิศทางเป็นขาลงจะแปลความได้ว่า Momentum ในแนวทางขาขึ้นเริ่มเหน็ดเหนื่อย รวมทั้งในกรณีที่ MACD มีค่าเป็นลบ แล้วก็เส้น MACD มีทิศทางเป็นขาลงจะแปลความได้ว่า Momentum ในแนวทางขาลงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

MACD เป็น Indicator สำหรับในการวัด Momentum ของราคาหุ้น หรือใช้เพื่อพินิจพิจารณาแล้วก็ติดตามการว่าราคาหุ้นมีการเปลี่ยนเช่นไร แต่ว่าสำหรับ Signal Line แล้วก็ MACD Historical จะเป็น Indicators ที่ใช้เพื่อสำหรับในการพินิจพิจารณาและก็ติดตามความเคลื่อนไหวของเส้น MACD เพื่อมองว่า Momentum มีการเปลี่ยนยังไง

โดย Signal Line จะเป็น Indicator ที่ให้เนื้อหาสาระเกี่ยวกับแนวทางของแนวโน้มเส้น MACD รวมทั้ง MACD Histogram เป็น Indicator ที่ให้ข้อมูลว่า MACD เริ่มได้โอกาสที่จะเปลี่ยนแนวทางไหม ด้วยการประมาณระยะห่างระหว่างเส้น MACD กับเส้น Signal Line

การวิเคราะห์ MACD พวกเราพึงพอใจคำสัญญา 3 อย่าง ดังเช่น สัญญาณจากเหตุที่ MACD ตัด Center Line ที่เป็นการบอกถึงความเคลื่อนไหวแนวทางของราคาหุ้นในแนวโน้มระยะกึ่งกลาง สำหรับสัญญาณจากในกรณีที่เส้น MACD ตัดเส้น Signal Line จะให้ข้อมูลถึงความเคลื่อนไหว Momentum

ซึ่งคงจะเอามาสู่ความเคลื่อนไหวของแนวทางราคาในระยะสั้น และก็สัญญาณ Divergence ที่ให้ข้อมูลว่าแนวทางของแนวโน้มราคาหุ้นอาจมีความเคลื่อนไหวด้วยด้วยเหมือนกัน

การลงมือจำหน่ายหุ้นด้วยการวิเคราะห์ทางด้านเทคนิคพวกเราจะชูให้แผนภูมิราคาหุ้นเป็นดารานำชายเสมอ โดยการตัดสินใจลงมือค้าขายหุ้นจำเป็นต้องตกลงใจจากแผนภูมิราคาหุ้นเพียงแค่นั้น รวมทั้งขอให้ MACD หรือ Indicators เป็นเพียงแค่พระรองช่วยส่งคำสัญญาเตือนหรือช่วยเหลือการตัดสินใจจำหน่ายแค่นั้น

Moving Average Type ควรใช้เส้นค่าเฉลี่ยแบบไหนดี ?

Moving Average Type ควรจะใช้เส้นค่าถัวเฉลี่ยแบบไหนดี ?

เส้นค่าถัวเฉลี่ยที่พวกเราชอบได้ยินกันเสมอๆจะมีอยู่ จำพวกเป็นSimple Moving Average (SMA) และก็ Exponential Moving Average (EMA) เพื่อเฉลยที่ค้างคาใจนักลงทุนมือใหม่ที่ว่าพวกเราควรที่จะใช้เส้นค่าถัวเฉลี่ยแบบไหนดียิ่งกว่ากัน แล้วสองอย่างนี้แตกต่างเช่นไร ?

การคำนวณเส้นแบบ SMA นั้น เป็นการคำนวณค่าแบบขวานผ่าซาก อย่างง่ายเป็น เอาราคาในสมัยก่อนมาหาค่าถัวเฉลี่ยโดยการหารปริมาณวันเลย ไม่มีทางรวมทั้งราคาไหนที่ให้น้ำหนักเด่นหรือมากยิ่งกว่ากัน ส่วนเส้น EMA นั้นจะเป็นการคำนวณรวมทั้งให้น้ำหนักกับวันปัจจุบันมากยิ่งกว่า เส้นค่าถัวเฉลี่ยก็เลยสนองตอบการเคลื่อนไหวต่อความเคลื่อนไหวของราคาได้เร็วกว่า!!

 


Moving Average Period 
ควรจะใช้กี่วันดี ?

มักพบปัญหานี้จากนักลงทุนเสมอๆว่า เส้นค่าถัวเฉลี่ย Moving Average ใช้กี่วันดีที่สุด ?” พวกเราไม่สามารถที่จะฟันธงหรือตอบให้จัดการจบตรงประเด็นได้ว่าใช้กี่วันดีที่สุด เนื่องจากโน่นขึ้นกับความจำกัดของการลงทุนที่ไม่เหมือนกัน แม้กระนั้นวิธีการสำหรับในการเลือกใช้เส้นค่าถัวเฉลี่ยนั้น เส้นเหล่านี้สามารถที่จะช่วยอ่านแนวโน้มทั้งยังระยะสั้น กึ่งกลาง ยาว โดยเหตุนั้นพวกเราก็เลยมีเหตุมีผลสำหรับในการแบ่งเส้นค่าถัวเฉลี่ยเป็น กรุ๊ป ดังต่อไปนี้

1. เส้นระยะสั้น เส้นแนวโน้มที่นิยมใช้ 5-10 วัน ซึ่งจะช่วยบอกความเคลื่อนไหวของแนวโน้มแบบระยะสั้นมากมายเหมาะสมกับผู้ที่มีเวลาเฝ้าจอ อย่างนักลงทุนแบบ Day Trade …ถ้าหากเร็วไปบางทีอาจใช้ช้าลงหน่อยเป็น 20 หรือ 25 วัน ช่วยลดความเปลี่ยนแปลงและก็มองเห็นแนวโน้มกระจ่างแจ้งขึ้น

2. เส้นระยะกึ่งกลาง เส้นแนวโน้มหลักในรูปภาพที่กว้างขึ้น เหมาะสมกับผู้ที่ไม่ว่างมองหน้าจอตลอดวัน อย่างนักลงทุนแบบ Trend Follower เส้นที่นิยมที่สุดเป็น50 วัน และก็ตามด้วย 75 แล้วก็ 100 วัน

3. เส้นระยะยาว เป็นเส้นแสดงแนวโน้มการเคลื่อนไหวรอบใหญ่หลักปี บอกสภาพการณ์ของแนวโน้มขาขึ้นรวมทั้งขาลงอปิ้งแจ่มกระจ่าง เส้นที่นิยมใช้สูงที่สุดเป็น200 วัน

การหา Trend ด้วย Moving Average

ตอนที่พวกเราเปิดแผนภูมิขึ้นมา พวกเราจะไม่อาจจะมองดูด้วยตาเปล่าและก็ตอบฟันธงได้ในทันทีว่าหุ้นนี้จะขึ้นต่อ หรือลงต่อ แนวโน้มคืออะไร นี่เป็นคำตอบที่เส้นค่าถัวเฉลี่ยช่วยได้ สภาพการณ์ไม่มีแนวโน้ม ที่เรียกว่า Sideway ราคาจะวิ่งออกข้างๆ จุดพิจารณาเส้นค่าถัวเฉลี่ยจะวิ่งเป็นแถวนอน ส่วนในสภาพการณ์ที่มีลัษณะทิศทางเกิดขึ้น เส้นค่าถัวเฉลี่ยจะเคลื่อนด้วยความชัน ยิ่งแนวโน้มแจ่มแจ้งมากแค่ไหน องศาก็จะชันมากเพิ่มขึ้น!!

แนวทางการเคลื่อนไหวของแนวโน้ม

การดูราคาเพียงอย่างเดียวนั้นบางทีอาจถูกหลอกได้ง่าย หนึ่งในจุดเด่นของการใช้เส้นค่าถัวเฉลี่ยเป็นตัวช่วยสำหรับการตัดสิ่งรบกวน เห็นภาพชัด มองเห็นแนวทางเยอะขึ้นเรื่อยๆ จุดนี้สามารถพิจารณาโดยการดูแนวทางของเส้นค่าถัวเฉลี่ย ถ้าเกิดเส้นชี้ขึ้น แสดงถึงแนวโน้มขาขึ้น ถ้าเกิดเส้นทิ่มแทงลง แสดงถึงแนวโน้มขาลง… แต่ว่าในบางครั้งพวกเราจำเป็นต้องมองการเคลื่อนไหวของราคาประกอบกับเส้นค่าถัวเฉลี่ยด้วย

แนวรับ แล้วก็ แนวต้านทาน

Support and Resistance เส้นค่าถัวเฉลี่ยนั้นยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อีกหนึ่งอย่างหมายถึงเป็นวัสดุช่วยบอกแนวรับ แนวต้านทาน ในขาปรับราคาสูงขึ้นหุ้นถูกใจวิ่งกลับมาทดลองแนวรับเส้นค่าถัวเฉลี่ย หากรับอยู่ก็ได้โอกาสขึ้นต่อ… ส่วนในขาลงก็ตรงข้ามราคาหุ้นมักวิ่งทะยานขึ้นทดลองแนวต่อต้านเส้นค่าถัวเฉลี่ยก่อน ถ้าเกิดไม่ผ่านถึงค่อยลงต่อ เมื่อราคาวิ่งใกล้เข้าเส้นค่าถัวเฉลี่ยให้สังเกต เนื่องจากว่านี่เป็นจุดเด่นของความเคลื่อนไหวการกลับตัวของราคา… เส้นค่าถัวเฉลี่ยก็เลยใช้เป็นแผนการแล้วก็หาจุดเข้าออกได้ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อเมื่อราคาทะลุเส้นค่าถัวเฉลี่ย (แนวต่อต้านหรือขายเพื่อ Stop loss ตอนราคาหลุดเส้น (แนวรับ)

Technical Indicators สุดฮิต ที่นิยมใช้งาน

Technical Indicators สุดได้รับความนิยม ที่นิยมใช้งาน!!

ปิดประตู กางแขนต้อนรับสำหรับ นักลงทุนมือใหม่

มั่นใจว่าผู้คนจำนวนมาก ใคร่รู้ ต้องการทดลอง ต้องการเริ่มการลงทุนแบบเคล็ดลับ เนื่องจากใครๆก็กล่าวกัน สัญญาณนี้มา สัญญาณนั้นงาม

ไอ้พวกเราฟังเเล้วก็ สับสน สัญญาณอะไรกัน !! สัญญาณพวกนั้นมีเหตุมาจาก Indicator !!

แล้วเพราะเหตุไรจำต้องใช้ Indicator หละ ??

…Indicator หรือ อุปกรณ์ที่สำหรับใช้ในการวัดความเเกว่งตัว (Oscillators)

สามารถใช้เป็นตัวชี้แนวทางของตลาดระยะสั้นถึงปานกลางได้อย่างดีเยี่ยม ใช้เพื่อสำหรับการค้าขายระยะสั้น แบบเข้าออกเร็ว
บอกแนวโน้มของราคา ว่า ยังคงอดทนถัดไป หรือกำลังเหน็ดเหนื่อยลง
ใช้สำหรับการพินิจพิจารณาการันตีสัญญาณการเคลื่อนที่ของราคา Uptrend / Downtrend / Sideways
หรือสรุปสั้นๆว่า Indicator บอกสัญญาณจำหน่าย แนวโน้ม การกลับตัว ระดับควาามเสี่ยง

แล้ว Technical Indicators ได้รับความนิยมที่นิยมใช้งาน มีอะไรบ้าง ?

มาเริ่มตัวแรกด้วย RSI ชื่อจริงเรียกว่า Relative Strength Index เครื่องไม้เครื่องมือที่ประยุกต์ใช้วัดแนวโน้ม หรือ Momentum ของราคาหุ้น รวมทั้งความเร็วสำหรับในการกำเนิดแนวโน้มของราคา สำหรับเพื่อการลงทุนในตอนหนึ่ง เพื่อใช้ประกอบกับการดูเทรนของราคา โดยซึ่งจะมีค่าระหว่าง 0-100

แนวทางใช้งานด้วยค่า RSI

หากค่า RSI เป็น 70-100 คือ สถานการณ์ตลาดมีการ ซื้อ มากจนเกินความจำเป็น หรือเรียกว่า Overbought ได้โอกาสมีการขายเพื่อทำเงิน หรือ กล่าวว่าเป็นการซื้อหุ้นที่แพงเหลือเกิน
ถ้าเกิดค่า RSI เป็น 0-30 คือ สภาพการณ์ตลาดมีการ ขาย มากจนเกินความจำเป็น หรือเรียกว่า Oversold ได้โอกาสมีการซื้อเพื่อกระทำการสะสมหุ้น หรือพูดว่าเป็นการขายหุ้นที่ถูกเหลือเกิน

RSI ไม่ใช่สัญญาณสำหรับเพื่อการค้าขาย แม้กระนั้นเป็นสัญญาณสำหรับในการมอง Trend

Indicator ตัวที่ ที่นิยมใช้เป็นแต่ว่าน…แต้น…..เเต๊นนน MACD นั่นเอง !! หรือเรียกยาวว่า Moving Average Convergence Divergence เป็นเครื่องไม้เครื่องมือที่ใช้ ค่าถัวเฉลี่ยเขยื้อน เส้น หรือ EMA (12) วัน – EMA (26) วัน กับ เส้น Signal Line EMA (9) วัน

บอก Trend หุ้น Up & Down
สามารถบอกสัญญาณค้าขายได้
วัดความแรงของตลาดว่าเป็น BULL หรือ BEAR

วิธีการใช้งานด้วย MACD

ถ้าหากค่า MACD เป็น ตัด Signal Line ขึ้นไป หมายความว่า ราคาหุ้นมีทิศทางสูงมากขึ้น เป็น สัญญาณซื้อ
ถ้าหากค่า MACD เป็น ตัด Signal Line ลงมา หมายความว่า ราคาหุ้นมีลัษณะทิศทางชะลอการขึ้น ปรับพฤติกรรมลงสั้นๆหรือ มีการ Divergence
หากค่า MACD เป็น – ตัด Signal Line ลงมา มีความหมายว่า ราคาหุ้นมีทิศทางต่ำลง เป็น สัญญาณขาย
ถ้าเกิดค่า MACD เป็น – ตัด Signal Line ขึ้นไป หมายความว่า ราคาหุ้นมีลัษณะทิศทางชะลอตัวลง ปรับนิสัยขึ้นสั้นๆหรือ มีการ Divergence

ต่อไปนี้รู้กันแล้วมาทดลองเพิ่มค่า RSI รวมทั้ง MACD ในแผนภูมิกันมองนะคะ ทดลองย้อนแผนภูมิ และก็มองหาสัญญาณซื้อขายแลกเปลี่ยนด้วย MACD หรือ พินิจพิจารณาค่า RSI จากหุ้น ว่า Overbought หรือ Oversold คืออะไร ??

แล้วมาเจอกันใหม่กับ Indicators อีก ตัว ในตอนต่อไปนะคะ